เก็บตก ข่าวเด่น ประเด็นฮอต กิจกรรม ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ข่าวบันเทิง ฟังเพลงออนไลน์ ประวัติดารา ดูทีวีออนไลน์

การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส อีโบลา (Ebola)

เมนูข่าว

การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส ‘อีโบลา’ (Ebola)

| เปิดอ่าน ... |

Refer

refer สนับสนุนเนื้อหา

การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัส ‘อีโบลา’ (Ebola)

คําแนะนําประชาชน เรื่อง การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola)

ครั้งที่แล้วเราได้แนะนำทุกท่านให้รู้จักกับโรคอีโบลา‘ (Ebola)  กันไปแล้ว วันนี้เราจึงมี ‘วิธีการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา’ มาฝากกันต่อค่ะ ซึ่งถึงแม้ว่าประเทศไทยเราจะมีความเสี่ยงของโรคต่ำ แต่เราก็ต้องมาทำความรู้จักและป้องกันตัวไว้ก็ดีค่ะ

 

การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

 

จากกรณีพบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศกินี และประเทศในแถบแอฟริกา นั้น สําหรับในประเทศไทย ยังไม่เคยพบมีรายงานผู้ป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลามาก่อน โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีไข้สูงทันทีทันใด อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ ตามด้วยอาการ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ในรายที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิตจะพบมีเลือดออกง่าย โดยอาจมีเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย มักเกิดร่วมกับภาวะตับถูกทําลาย ไตวาย หรือก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนกลาง ช็อก และเสียชีวิตได้ ถึงแม้โรคนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่อาจมีประชาชนบางกลุ่ม รวมถึงนักท่องเที่ยวเดินทางไปในประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยวมีความรู้ในกาป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคดังกล่าว กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงขอให้คําแนะนําแก่ประชาชน เรื่อง การป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาสําหรับผู้เดินทางไปต่างประเทศ นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป ดังนี้

 

คําแนะนํา สําหรับประชาชนทั่วไป

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่าที่นําเข้ามาโดยไม่ผ่านการตรวจโรคทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย

2. หลีกเลี่ยงการการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จําพวกลิง หรือค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่า หรือสัตว์แปลกๆ มาประกอบอาหาร

 

คําแนะนํา สําหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า ทั้งที่ป่วยหรือไม่ป่วย

2. หลีกเลี่ยงการการรับประทานสัตว์ป่าที่ป่วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะสัตว์จําพวก ลิง หรือ
ค้างคาว หรืออาหารเมนูพิสดารที่ใช้สัตว์ป่า หรือสัตว์แปลกๆ มาประกอบอาหาร

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารคัดหลั่ง เช่น เลือด หรือสิ่งของเครื่องใช้ของผู้ป่วยที่อาจปนเปื้อนกับสารคัด
หลั่งของผู้ป่วย หรือศพศพของผู้ป่วยที่เสียชีวิต

4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย หากมีความจําเป็นให้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย และล้างมือ บ่อยๆ

5. หากมีอาการเริ่มป่วย เช่น มีไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นนูนแดงตามตัว ให้รีบพบแพทย์ทัน

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกไม่แนะนําให้จํากัดการเดินทางหรือการค้าระหว่างประเทศ สําหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้ สําหรับนักท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงในระดับที่ต่ํามาก เนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ มีการติดเชื้อโดยตรงจากการสัมผัสกับของเหลวในร่างกาย หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงพยาบาล จากการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ (เข็มและหลอดฉีดยา) ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงไม่มีการป้องกันเมื่อมีการสัมผัสกับสารคัดหลั่งที่ติดเชื้อ

สามารถติดตามแนวทาง คําแนะนํา และข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค หมายเลข 1422 หรือเว็บไซต์สํานักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค (http://beid.ddc.moph.go.th)

 

รวบรวมและเรียบเรียงโดย : สํานักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค

*************************************************

 

ขอขอบคุณข้อมูล จาก สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ (กระทรวงสาธารณสุข)
ภาพประกอบ จาก Thinkstockphotos.com

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง 
โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา คืออะไร

ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

Sanook.commenu