เก็บตก ข่าวเด่น ประเด็นฮอต กิจกรรม ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ข่าวบันเทิง ฟังเพลงออนไลน์ ประวัติดารา ดูทีวีออนไลน์

เตือน 8 โรค พึงระวังเมื่อขูดหินปูน

เมนูข่าว

เตือน 8 โรค พึงระวังเมื่อขูดหินปูน

| เปิดอ่าน ... |

Refer

refer สนับสนุนเนื้อหา

เตือน 8 โรค พึงระวังเมื่อขูดหินปูน

เตือน 8 โรค พึงระวังเมื่อขูดหินปูน

ใครจะไปทำฟัน ต้องตั้งใจอ่านเรื่องนี้เป็นอย่างดีนะคะ เพราะกรมอนามัยได้ออกเตือนมาว่า ให้เฝ้าระวังสำหรับผู้ป่วยที่เป็น 8 โรค สำคัญเหล่านี้ ต้องแจ้งทันตแพทย์ก่อนเข้าทำการรักษาฟันเพื่อความปลอดภัย

 

ขูดหินปูน

 

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยผู้ป่วย 8 โรค  ได้แก่ โรคเกล็ดเลือดต่ำ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหอบหืด โรคลมชัก ผู้ที่ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและผู้ที่มีประวัติแพ้ยา ต้องแจ้งทันตแพทย์ก่อนทุกครั้งเมื่อเข้ารับบริการทำฟันหรือขูดหินปูน

ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า การดูแลสุขภาพช่องปากเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะการขูดหินปูนหรือหินน้ำลายเพื่อป้องกันเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์ ซึ่งการสำรวจโดยสำนัก     ทันตสาธารณสุข ในปี 2555 พบว่า คนไทยวัยทำงานกว่าร้อยละ 70 มีหินปูนเกาะบนตัวฟัน ต้องได้รับการดูแลโดยการขูดหินปูน ซึ่งการขูดหินปูนทันตแพทย์จะใช้เครื่องมือขจัดหินปูนแบบที่ทีความสั่นสะเทือนทำให้หินปูนหลุดออก และยังมีเครื่องมือชิ้นเล็ก (Hand  instruments) ขูดหินปูนโดยละเอียดอีกครั้ง ซึ่งในขั้นตอนนี้ อาจทำให้มีเลือดออกบ้างตามอาการของเหงือกอักเสบหรือโรคปริทันต์ที่ส่วนใหญ่จะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป แต่จะไม่มากจนมีผลใดๆ ต่อผู้ป่วย

“ ทั้งนี้ เฉพาะผู้ป่วยบางโรค ที่ต้องระวังและแจ้งทันตเพทย์ก่อนทุกครั้งที่เข้ารับบริการทำฟันหรือขูดหินปูน ซึ่งกลุ่มแรกเป็นกลุ่มโรคที่เลือดออกง่ายและหยุดไหลยาก  ได้แก่ โรคเกล็ดเลือดต่ำหรือโรคลิวคีเมีย  อาจมีจ้ำเลือดหรือจุดเลือดออกตามร่างกายร่วมด้วย โรคไตและผู้ที่มีประวัติเคยล้างไต เพราะจะได้รับยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ผู้ที่มีประวัติการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจและการใช้ยาละลายลิ่มเลือด และกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มที่อาจแสดงอาการในระหว่างการทำฟัน ได้แก่  โรคหัวใจอาจมีอาการเจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย     ใจสั่น  โรคหอบหืดอาจมีอาการหอบเหนื่อย ต้องมียาพ่นประจำ และได้รับยา Steriod  โรคลมชักและโรคความดันโลหิตสูง และสุดท้าย คือ  โรคเบาหวานเพราะมีผลกระทบทำให้แผลหายยาก  ซึ่งหากแจ้งให้    ทันตแพทย์ได้รับทราบก่อน จะช่วยให้สามารถเตรียมป้องกันและเตรียมความพร้อมในกรณีที่อาการกำเริบได้ ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ทพ.สุธา เจียรมณีโชติชัย รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า หินปูนหรือหินน้ำลายเป็นคราบจุลินทรีย์ที่มีการสะสมของแคลซียมในน้ำลายในระยะเวลาหนึ่งจนเกิดการแข็งตัวคล้ายหินปูน  ซึ่งจะสะสม    เชื้อโรคหลายชนิด และเป็นแหล่งผลิตสารพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เหงือกอักเสบและเป็นโรคปริทันต์ได้ วิธีการดูแลและป้องกันการเกิดหินปูนหรือหินน้ำลาย คือ การกำจัดคราบจุลินทรีย์โดยแปรงฟันให้สะอาด ทุกวันวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะบริเวณคอฟันไม่ให้เป็นที่สะสมของคราบจุลินทรีย์จนกลายเป็นหินปูนได้ นอกจากนี้ ทันตแพทย์จะแนะนำให้มาตรวจสุขภาพช่องปากทุกปี  และหากมีหินปูนก็ควรขูดหินปูนอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดีและลดการสูญเสียฟันในอนาคตอีกด้วย”

 

ที่มา : กรมอนามัย

ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

Sanook.commenu