เก็บตก ข่าวเด่น ประเด็นฮอต กิจกรรม ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ข่าวบันเทิง ฟังเพลงออนไลน์ ประวัติดารา ดูทีวีออนไลน์

แค่สุนัขหรือแมวข่วน ก็เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้!!

เมนูข่าว

แค่สุนัขหรือแมวข่วน ก็เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้!!

| เปิดอ่าน ... |

Refer

refer สนับสนุนเนื้อหา

แค่สุนัขหรือแมวข่วน ก็เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้!!

แค่สุนัขหรือแมวข่วน ก็เป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้

กระทรวงสาธารณสุข เผยจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าของไทยขณะนี้ ลดลงกว่า 92 เท่าตัว ในรอบ34 ปี เร่งผลักดัน 3 มาตรการหลักกำจัดโรคนี้ให้หมดไปจากประเทศไทยให้สำเร็จภายในปี 2563 โดยใช้พลังการมีส่วนร่วมจากเครือข่ายองค์กรต่างๆ และความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้าน แนะวิธีป้องกันโรคได้ผลขอให้ประชาชนนำสุนัข แมวเลี้ยงทุกตัว ไปฉีดวัคซีนป้องกันโรค แนะหากถูกสัตว์กัดหรือข่วน อย่าชะล่าใจ ให้รีบล้างทำความสะอาดแผล และพบแพทย์ เผยสถิติปี 2557 ทั่วประเทศมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ 4 ราย

 

โรคพิษสุนัขบ้า

 

นายแพทย์ณรงค์ กล่าวว่า โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีอันตรายร้ายแรง ไม่มียารักษา   เมื่อมีอาการป่วยแล้ว จะเสียชีวิตทุกราย ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ปีละกว่า 60,000  คน ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอาฟริกาและเอเชีย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็ก โดยถูกสุนัข หรือแมวกัดหรือข่วน แล้วไม่ได้รับการดูแลรักษา  ที่ถูกต้องรวดเร็ว และครบถ้วนตามที่แพทย์กำหนด ในส่วนของประเทศไทย แนวโน้มมีผู้เสียชีวิตลดลง ในปี 2557 สำนักระบาดวิทยา รายงานตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ที่จังหวัดสงขลา ปราจีนบุรี สุรินทร์ และศรีสะเกษ ซึ่งลดลง 92 เท่าตัว จากที่เคยพบสูงสุดในปี 2523 จำนวน 370 ราย ดังนั้นในปี 2558 นี้ กระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ตั้งเป้าให้ประเทศจะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า และเป็นพื้นที่ปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ภายในปี 2563 ตามเป้าหมายขององค์การอนามัยโลกและองค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE)

ทางด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า  สุนัขเป็นสัตว์นำโรคหลักที่แพร่โรคพิษสุนัขบ้ามายังคนและสัตว์อื่น จากรายงานการสอบสวนโรคพิษสุนัขบ้า พบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ เมื่อถูกสุนัข หรือแมวกัด หรือข่วน แล้วไม่ให้ความสำคัญดูแลล้างบาดแผล และไม่ได้พบเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือแพทย์ จึงไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะผู้ที่ถูกลูกสุนัขกัด  เนื่องจากคือว่าลูกสุนัขไม่มีเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า เมื่อมีอาการป่วย จึงเสียชีวิตทุกราย โรคนี้โดยทั่วไปเชื้อจะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2-7 เดือน แต่มักมีบางรายอาจสั้นหรือนานกว่านี้

นายแพทย์โสภณกล่าวต่อว่า ในการป้องกันควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า จะเน้นหนัก 3 มาตรการ ได้แก่

1.การให้ความรู้ประชาชน ให้ยึดแนวปฏิบัติผู้เลี้ยงสุนัขอย่างรับผิดชอบเลี้ยงอย่างถูกต้องเช่น นำสุนัข แมวเลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าทุกปี คุมกำเนิดสุนัข หากถูกสุนัขกัด ให้รีบล้างแผลใส่ยา กักสุนัขไว้ 10 วัน และให้พบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันให้ครบชุดตามแพทย์สั่ง จะป้องกันการเสียชีวิต

2. มาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มแข็ง หากมีสัตว์ป่วยหรือมีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้า จะให้อาสาสมัครปศุสัตว์ติดตามดูอาการสุนัขอสม.,เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ติดตามผู้ถูกสุนัขกัดทุกรายให้ได้รับการฉีดวัคซีนต่อเนื่องตามนัดเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ส่งควบคุมโรคในสุนัขไม่ให้แพร่กระจาย

3.บูรณาการควบคุมโรคของหน่วยงานภาครัฐ สร้างเขตปลอดโรคพิษสุนัขบ้า บูรณาการควบคุมป้องกันโรคตามแนวชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน  เนื่องจากในช่วงหลังๆนี้ พบโรคพิษสุนัขบ้าตามแนวชายแดนมากขึ้น เช่นที่เลย เชียงรายจึงได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ เพื่อตั้งรับได้อย่างทันท่วงที และตั้งทีมสอบสวนโรคร่วมกันระหว่างประเทศ หากมีผู้ป่วยเข้ามารักษาภายในประเทศ

ทั้งนี้ สุนัขที่ป่วยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าสังเกตได้คือ สุนัขจะมีนิสัยพฤติกรรมเปลี่ยนไปในระยะแรกต่อมาจะมีอารมณ์หงุดหงิด หางตก น้ำลายไหล กัดสิ่งของที่ขวางหน้า ระยะสุดท้ายอาจมีอาการ บางตัวอาจแสดงอาการคล้ายกระดูกหรือก้างติดคอ ซึ่งทำให้เจ้าของ เข้าใจผิดจนเอามือไปล้วงที่ปาก คลำหาก้างหรือกระดูก หากพบสุนัขมีอาการดังกล่าว ขอให้นึกถึงโรคพิษสุนัขบ้า และแยกสุนัขไว้ไม่ให้คลุกคลีกับสุนัขอื่นหรือคน และแจ้งปศุสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที

ส่วนในคนที่ถูกสัตว์ที่เป็นโรคกัด ข่วน เลีย น้ำลายกระเด็นเข้าทางตา ปาก หรือบาดแผลตามผิวหนัง โดยเชื้อไวรัสจะเพิ่มจำนวนที่บริเวณแผลถูกกัด หลังจากนั้นประมาณ 3 สัปดาห์-4เดือน จะมีอาการป่วย บางรายอาจเร็วเพียง 4 วัน  การป่วยจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับจำนวนเชื้อที่เข้าไป ตำแหน่งบาดแผล หากอยู่ใกล้สมอง เชื้อจะเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางหรือเข้าสู่สมองได้เร็ว ผู้ป่วยจะมีอาการคลุ้มคลั่ง ดุร้าย กระวนกระวาย หากเชื้อเข้าสู่ไขสันหลังจะทำให้สมองและไขสันหลังทำงานผิดปกติ  มีอาการอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด.

 

ขอขอบคุณข้อมูล จาก สำนักสารนิเทศ (กระทรวงสาธารณสุข)
ภาพประกอบ จาก istockphoto.com

ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

Sanook.commenu