เก็บตก ข่าวเด่น ประเด็นฮอต กิจกรรม ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ข่าวบันเทิง ฟังเพลงออนไลน์ ประวัติดารา ดูทีวีออนไลน์

กิน ข้าวเหนียวมะม่วง อย่างไรไม่ให้ป่วย

เมนูข่าว

กิน “ข้าวเหนียวมะม่วง” อย่างไรไม่ให้ป่วย

| เปิดอ่าน ... |

Refer

refer สนับสนุนเนื้อหา

กิน “ข้าวเหนียวมะม่วง” อย่างไรไม่ให้ป่วย

กินข้าวเหนียวมะม่วง อย่างไรไม่ให้ป่วย

เข้าหน้าร้อนเมื่อไรเราทุกคนคงจะได้เห็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีขายกันทุกตลาดซอกซอย นั่นก็มะม่วงสุกนั่นเอง ซึ่งเราเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “ข้าวเหนียวมะม่วง” อย่างแน่นอนค่ะ เพราะขนาดต่างประเทศยังรู้จักและเป็นที่นิยมมาก และบ้านเราก็ส่งออกมะม่วงไปขายเมืองนอกก็ตั้งเยอะ  ซึ่งจะว่าไปหน้านี้เป็นหน้ามะม่วงซึ่งถือเป็นฤดูกาลของมันบางบ้านนี่แทบจะทานกันทุกวัน แต่ทราบไหมว่าถ้าทานมากจนเกินพอดีเนี่ย ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพในภายหลังได้ ดังนั้น เราจึงมีวิธีการทานข้าวเหนียวมะม่วงให้อร่อยและก็ไม่ต้องเป็นภาระของร่างกายมาฝากกันค่ะ

 

ข้าวเหนียวมะม่วง

 

วิธีทานมะม่วงให้พอดีและไม่เป็นภาระของร่างกาย

1. ทานะม่วงให้มากกว่าข้าวเหนียว เพื่อให้ได้พลังงานน้อยลง

2. ทานข้าวเหนียวมะม่วง เฉพาะช่วงในเวลากลางวัน เพราะร่างกายได้นำพลังงานไปใช้ และจะได้ไม่เหลือเป็นไขมันสะสมในร่างกาย

3. ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง ต้องระวังเป็นพิเศษ แนะนำให้ทานเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น แต่ต้องทานข้าวเหนียวเพียงแค่ ครึ่งขีดพอ

4. สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี ไม่มีโรคภัยหรือโรคประจำตัวติดตัว อาจทานได้มากกว่า 2 ครั้ง/สัปดาห์  แต่ต้องออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงานออกไปให้หมด แต่ก็ไม่ควรทานเกิน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ (ทางที่ดีทานน้อยๆ พอให้ได้ลิ้มรส แค่หายอยากก็พอ)

5. ถ้าเลือกได้ให้เลือกทานที่เป็นข้าวเหนียวดำ หรือข้าวเหนียวที่มูนด้วยน้ำกะทิที่ได้ผสมสีที่ได้มาจากวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ดอกอัญชัน แครอต ขมิ้น ใบเตย เพราะจะได้สาร “พฤกษเคมี” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

6. ทานมะม่วงแก่จัด เพื่อที่จะได้รสชาติที่ดีและสารอาหารครบถ้วน

7. สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง ควรทานมะม่วงสุกแต่น้อย ครั้งละไม่เกิน 1 ผล (ลูกขนาดกลางๆ) แต่ไม่ควรทานเกิน 2 ครั้ง/สัปดาห์


ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยโรคไตควรงดกินมะม่วงสุก เพราะมีโพแทสเซียมสูง


เกร็ดความรู้
กะทิเป็นตัวช่วยให้ร่างกาย สามารถนำวิตามินเอ ที่อยู่ในเนื้อมะม่วงไปใช้ได้ นับว่าเป็นความฉลาดของคนไทยสมัยก่อนที่จับคู่ข้าวเหนียวมูนด้วยกะทิคู่กับมะม่วง

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิง จาก กลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง
ภาพประกอบจาก Thinkstockphotos.com

 

ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

Sanook.commenu