เก็บตก ข่าวเด่น ประเด็นฮอต กิจกรรม ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ข่าวบันเทิง ฟังเพลงออนไลน์ ประวัติดารา ดูทีวีออนไลน์

กินผักใบเขียว ลดเสี่ยง โรคเบาหวาน

เมนูข่าว

กินผักใบเขียว ลดเสี่ยง โรคเบาหวาน

| เปิดอ่าน ... |

Refer

refer สนับสนุนเนื้อหา

กินผักใบเขียว ลดเสี่ยง โรคเบาหวาน

กินผักใบเขียว ลดเสี่ยง โรคเบาหวาน

เป็นที่ทราบกันดีว่าการกินผักใบเขียวและผลไม้ที่ไม่หวานมีผลดีต่อสุขภาพ   ช่วยลดโอกาสการเป็นโรคมะเร็ง  โรคหัวใจและหลอดเลือด   ได้มีการรวบรวมการศึกษาในต่างประเทศว่า การกินผักผลไม้ช่วยลดโอกาสเป็นโรคเบาหวานหรือไม่   โดยรวบรวมการศึกษาไปข้างหน้า    จากการวิเคราะห์เฉพาะ 4 การศึกษาที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการกินผักใบเขียว ในประชากร  1 แสน 8 หมื่นกว่าคน  และได้ติดตามตั้งแต่  4 ปีครึ่งไปจนถึง 23 ปี   พบว่า การกินผักใบเขียวช่วยลดโอกาสเป็นเบาหวานได้ถึงร้อยละ 14

 

vegetable

 

ประโยชน์การกินผักเขียวตามแนวการกินอาหารแมคโครไบโอติกส์เชื่อว่า  ผู้ที่กินอาหารจำพวกผักใบเขียวและอาหารที่ไม่ปรุงแต่งเพียงพอ   จะทำให้เลือดมีความเป็นด่าง   ทำให้มีสุขภาพดีมากกว่าผู้มีเลือดเป็นกรด  ซึ่งภาวะเลือดเป็นกรดเกิดจากการกินอาหารประเภทแป้ง  น้ำตาล  เนื้อสัตว์  น้ำมัน อาหารปรุงแต่งอื่นๆ มากขึ้น    นอกจากนี้แล้ว  เมื่อพิจารณาเฉพาะใบหรือส่วนที่มีสีเขียว  เป็นแหล่งอาหารพลังงานของพืช ที่ได้จากการสังเคราะห์แสง   พืชผักเขียวจึงเป็นอาหารที่ให้พลังชีวิตที่ดี

ทำไมผักใบเขียวจึงต่างจากผัก ผลไม้อื่น ในการป้องกันโรคเบาหวาน   เชื่อว่าผักใบเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระ   โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนมากกว่า   มีสารแมกนีเซียมมากกว่า   ดังนั้น ในผู้ที่อ้วนลงพุง  ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  แต่ยังไม่เป็นเบาหวาน  ก็ควรกินผักใบเขียวให้มาก  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ   เช่น  เดินเร็ว  150 นาทีต่อสัปดาห์   ลดน้ำหนักตัวลงร้อยละ 7 ในเวลา  6 เดือนจะช่วยลดโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้มากกว่าร้อยละ 50

สรุปได้ว่า การดูแลสร้างเสริมสุขภาพเพื่อการป้องกันโรคเบาหวาน   ควรให้ความสำคัญการดูแลตนเองหลายๆ ด้านร่วมกัน   รวมถึงการลดน้ำหนักตัว และควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์  โดยเฉพาะจำพวกผักใบเขียวให้มากพอ (ประมาณ 5 ฝ่ามือ / วัน ) และต้องมีการออกกำลังกายที่ไม่หนักเกินไปอย่างสม่ำเสมอด้วย  สุขภาพที่ดีเกิดได้จากการปรับวิถีชีวิตการกินอยู่ให้สมดุล  นั่นคือไม่มาก ไม่น้อยและเพียงพอ เพื่อให้ทุกๆ ระบบของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

Credit : กลุ่มงานสุขศึกษา    โรงพยาบาลลำปาง
ภาพประกอบจาก : www.Photos.com

ข่าวบันเทิงบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

Sanook.commenu